Carro-Honda-Jazz-GD

Honda Jazz (GD) : ผู้เปิดตลาดรถ Sub-Compact แบบ 5 ประตู ให้กลับมานิยมในไทยอีกครั้ง

ก่อนที่ผมจะพูดถึง Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) มือสอง เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รู้ลึกถึงรายละเอียด ต้องเล่าย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 1996 … หลังจากที่ Honda เลิกขาย Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ไปไม่นานนัก

Honda-Logo

ในเดือนตุลาคม 1996 Honda ได้ผลิตรถรุ่น “Logo” ในรูปแบบ Sub-Compact 3 ประตู และ 5 ประตู (GA3/4/5) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร จำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงส่งออกไปยังแถบเอเชียบางประเทศ และในยุโรป แต่ไม่ประสบความสำเร็จ …

ตอนหลังฮอนด้าต้องไปแก้โหงวเฮ้งใหม่ พัฒนาปรับปรุงรถออกมาใหม่ จนออกมาเป็น “Honda Fit” ผลิตขายไปทั่วโลก และมาเป็น “Honda Jazz” (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นแรกในไทยครับ.

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ
Honda-Fit-GD
Honda Jazz รุ่นแรก สร้างขึ้นภายใต้รหัสโครงการ MK พัฒนาให้มีรูปทรงคล้ายรถ MPV ย่อส่วน บนพื้นฐานโครงสร้างใหม่ “Global Small Platform” มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “i-series” ภายใต้หลักการพัฒนาแบบ “SMALL MAX Series” (Mileage MAX, Fun MAX, Coolness MAX และ Personal MAX) ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา อเนกประสงค์ หลากหลายการใช้งาน ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยี G-Force Control เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
Honda-Fit-Zenshin

รูปทรงภายนอก ออกแบบตามหลัก “ZENSHIN (Zhen Shin) Cabin Form” ตัวถังลู่ลม เน้นประหยัดน้ำมัน ไฟหน้ากลมโตแบบ Bubble Canopy กระจกด้านข้างตัวรถแบ่งเป็น 4 ส่วน ประตูบานหน้าแบ่งการเปิดได้ 3 ตอน เปิดได้กว้างสุดถึง 970 มม. และไฟท้ายรูปทรงแบบ Cylinder Design

Honda-Fit-GD
Honda-Fit-GD

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบในรูปแบบ “Sporty & Personal” ด้วยแผงคอนโซลเรียบง่าย เน้นการใข้งานสะดวก โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมแบบสปอร์ต วิทยุ Bulit-In พร้อมทั้งออกแบบให้ถังน้ำมันอยู่บริเวณใต้เบาะนั่งคู่หน้า

Honda-Fit-GD
Honda-Fit-GD

เบาะนั่งภายในห้องโดยสารแบบ “Ultr Seat” ปรับพับได้หลายรูปแบบ ทั้ง Utility Mode, Long Mode, Tall mode และ Refresh Mode นอกจากจะสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถยกเก็บเบาะนั่งแบบราบหรือพับขึ้น เมื่อต้องการวางสัมภาระทรงสูงได้ พร้อมเนื้อที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมากถึง 382 ลิตร

แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 21 มิถุนายน 2001 (ปี 2544) มาพร้อมกับจุดเด่นและคุณสมบัติที่กล่าวมา ซึ่งถูกใจคนเมืองและคุณผู้หญิงมากๆ ทำให้ได้รับความนิยมทันทีที่เปิดตัว! และคว้ารางวัล Car of the Year Japan 2001-2002 ไปในปีเดียวกัน

Honda-Jazz-GD-Thai
ส่วน Honda Jazz ในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 ณ สยามสแควร์ (ซึ่งช้ากว่าประเทศญี่ปุ่นประมาณ 2 ปีกว่า โดยในบ้านเราตอนนั้น Honda เปิดตัว Honda City ขายกันไปก่อน) โดย Honda Jazz รุ่นนี้มาพร้อม Concept “Jazz Up Your Life” สีสันแห่งความสนุกใหม่ที่เป็นคุณ
Honda-Jazz-GD-Thai

ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถที่ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แบบ i-DSi (Intelligent-Dual & Sequential Ignition) และห้องโดยสารภายในแบบ Space Magic ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ระบบพวงมาลัยแบบ Steermatic ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT กดปุ่ม +- เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ 7 สปีด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ในราคา 508,000 – 603,000 บาท

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม. ที่ 2,700 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีเฉพาะล้อหน้า

รุ่นย่อยในช่วงแรก มีให้เลือกตั้งแต่ S MT – AT – AT (AS) และ E MT – AT – AT (AS)

Honda-Jazz-GD-Thai

เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นอายุ 18-30 ปี และคนวัยทำงานใหม่ๆ (กลุ่มคน Young at Heart ก็ได้ด้วยเช่นกัน) รวมถึงผู้หญิง ซึ่งได้รับความนิยมในบ้านเราสุดขีด สร้างยอดจอง 10,000 คันแรกในระยะ 2 เดือนหลังเปิดตัว ถือเป็นปรากฏการณ์การจองรถที่สูงมากในตลาด

ทำให้ Honda Jazz กลายเป็นรถ Sub-Compact ที่ขายได้สูงสุดในประเทศไทยนับแต่เปิดตัวมา ถึงขนาดที่บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ ต้องซื้อไปเป็นของรางวัลสำหรับแจกให้คนร่วมสนุกชิงโชคของสินค้านั้นๆ เป็นจำนวนมาก

ช่วงกลางปี 2547 Honda ได้แนะนำรุ่นพิเศษ Honda Jazz Sport Version รุ่น E (AS) AT ใส่ชุดแต่งรอบคันจากโรงงาน มีเฉพาะสีขาว สีเทา และสีดำ ในราคา 679,000 บาท

Honda-Jazz-GD-Thai-2004
ในเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่ม Jazz รุ่น E-V ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ในราคา 617,000 – 685,000 บาท
Honda-Jazz-GD-Thai-2004
มาพร้อม Slogan โฆษณา “The Fun Never Stops” กับ “พอลล่า เทเลอร์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์รถรุ่นนี้ ชูสีตัวรถที่เพิ่มมาใหม่ เช่น สีชมพู และสีขาว เป็นต้น ซึ่งกล่าวได้ว่า Honda Jazz เป็นรถรุ่นที่ทำให้คนไทยหันกลับมานิยมรถยนต์สีขาวและสีขาวมุก จนรถยนต์หลายๆ ค่ายต้องตามเทรนด์ ออกรถยนต์สีขาวกันมาเป็นแถว และทำให้รถยนต์สีขาวมุก เป็นที่นิยมมาจนถึงบัดนี้
Honda-Jazz-GD-Thai-2004
Honda-Fit-Dynamite
และในปี 2547 ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษ ที่ผลิตออกมาโดยผู้จำหน่ายอิสระอย่าง revo (ปัจจุบันบริษัทปิดไปแล้ว) ทำ “Jazz Dynamite” ออกมาขายแบบเดียวกับ “Mugen Fit Dynamite” เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในชื่อ Jazz by revo สไตล์ Dynamite by revo
Honda-Jazz-Dynamite-Revo
ภาพจาก mgronline.com
โดยชุดแต่งที่นำมาติดนั้นมีเกือบ 20 ชิ้น อาทิ กันชนหน้า-หลัง แบบสปอร์ต, สเกิร์ตรอบคัน, สคูประบายลมฝากระโปรงหน้า, สปอยเลอร์หน้า-หลัง, โป่งล้อรอบคัน, ท่อไอเสียคู่, กระจังหน้าแบบตะแกรงสไตล์สปอร์ตพร้อมคาดโครเมียม, ล้อแม็ก Dynamite 7 X 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/40 R17 และ โลโก้ Honda สีแดง

นอกจากชุดแต่งรอบคันเพิ่มความสวยแล้ว ทาง revo ยังเพิ่มสมรรถนะให้กับแจ๊ซ โดยเฉพาะรุ่นที่นำเครื่อง K20A Turbo 260 แรงม้า พร้อมเบรก Brembo 4 ล้อ, ไฟหน้า Projector, เบาะหนังสปอร์ตแบบ Bucket Seat และมาตรวัด Mugen มาใส่แบบจัดเต็ม ในราคาหลักล้าน!

Honda-Jazz-Dynamite-Revo
ภาพจาก mgronline.com

Jazz by revo ในตอนนั้นมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สี คือรุ่น i-DSI เกียร์ธรรมดา ราคา 830,000 บาท รุ่น i-DSI เกียร์อัตโนมัติ ราคา 995,000 บาท รุ่น VTEC เกียร์ธรรมดา ราคา 1,302,000 บาท และรุ่น VTEC เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,337,000 บาท สำหรับสีมีให้เลือก 4 สี คือ ฟ้า, เหลือง, ขาว และสีแดง (รุ่น Top)

เดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Cool ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ไฟตัดหมอกหน้า, กระจังหน้าสปอร์ต, คิ้วกันสาด, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน, ชุดตกแต่งเรือนไมล์โครเมียม, ชุดตกแต่งสวิตช์แอร์-ฝาครอบเกียร์-ฝาปิดที่วางแก้ว-แผงควบคุมกระจกไฟฟ้า 4 บาน สีเงิน, คิ้วบันไดสแตนเลส และสัญลักษณ์ Cool ด้านท้าย

ในเดือนตุลาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Plus สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มาพร้อมกับไฟตัดหมอก, คิ้วกันสาด, สปอยเลอร์หลัง, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, คิ้วบันไดสแตนเลส และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน

Honda-Jazz-X-Treme

อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Jazz Safety มาพร้อมระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi ในราคา 552,000 – 620,000 บาท, Jazz X-Treme ใส่ชุดแต่งสปอร์ตทั้งคัน, ไฟตัดหมอก, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และท้อไอเสียคู่ DOOV สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 657,000 – 725,000 บาท และ Jazz Cool II ออกมาเพิ่มเติมอีก สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 634,000 – 712,000 บาท

Honda ยังได้ร่วมกิจกรรมเพื่อการโปรโมทรถ อย่างรายการ Channel [V] Thailand VJ Search Take 4By Honda Jazz Cool โดย Honda ร่วมกับ แชนแนล วี ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมประกวดค้นหาวีเจหน้าใหม่ ภายใต้ชื่อ “Channel[V]Thailand VJ Search Take 4” ในเวลานั้นอีกด้วย

Honda-Jazz-2006
ส่วนในไทย 28 กุมภาพันธ์ 2549 Honda ได้เปิดตัว Honda Jazz (Minorchange) ที่มาพร้อม Slogan โฆษณา “Make The Move.” “ขยับชีวิตให้มีสีสัน กับความสนุกเร้าใจใหม่” เพื่อชนกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyota Yaris ที่ออกมาในช่วงนั้นพอดี
Honda-Jazz-2006
Honda-Jazz-2006
Honda Jazz (Minorchange) งวดนี้ชูจุดเด่นด้วยการใช้สีเหลือง Helios Yellow Pearl ที่เป็นสี Premium ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น หน้าตาตกแต่งใหม่แบบสปอร์ต ชุดไฟท้ายแบบ LED ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ i-DSi และ VTEC เหมือนเดิม พร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S, V และ SV โดยเริ่มรุ่นย่อยของรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มีเฉพาะรุ่น S เท่านั้น ในราคา 539,000 – 705,000 บาท (สีเหลือง เฮลิออส มีเฉพาะรุ่น SV และต้องเพิ่มเงินอีก 10,000 บาท)
Honda-Jazz-2006
ขณะที่รุ่น SV จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่นปกติ คือ โคมไฟหน้าด้านในสีเดียวกับตัวรถ, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, เบาะสีดำ, กุญแจรีโมท, มาตรวัดเรืองแสง, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า, มือจับเปิดประตูด้านในโครเมียม และไฟอ่านแผนที่
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Body-Color
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Specifications
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Specifications

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Jazz (GD) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม รูปทรงสวยน่ารัก แต่งสวย สมรรถนะดี (ตัว VTEC) คุณภาพเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน อเนกประสงค์ในการใช้งาน ไว้ขับรถไปเที่ยวก็ได้ รับลูก ส่งของ ขนของ ไปซื้อของ เรียกได้ว่าได้หมด! แถมขาซิ่งยังหาของแต่งได้ง่ายอีกด้วย

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถือเป็นรถท้ายตัดแบบ B-Segment ที่ยังน่าใช้อีกหนึ่งรุ่น ช่วงล่างนิ่มนวล เกาะถนนดี (แต่ถ้าวิ่งเกิน 160 กม./ชม. ก็จะเริ่มบินแล้ว) ส่วนเรื่องวัสดุภายใน ก็ถือว่าพอได้ การเก็บเสียงภายในรถค่อนข้างดี

แต่รถอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มันก็มีบ้างที่จะต้องซ่อม ถ้าเตรียมงบก้อนใหญ่ไปเลยก้อนนึงไว้ก็ดี สำหรับดูแลรักษาตัวรถ ก็ถือว่าคุ้มเพราะจะได้ใช้ยาวๆ ไปอีก 10 ปี แต่โดยรวมแล้วรุ่นนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหรอกครับ ถ้าชอบประหยัด ก็เลือกรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi แต่ถ้าชอบแรงหน่อย ก็เลือกรุ่นเครื่องยนต์ VTEC

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง อะไหล่เพียบ แต่ต้องระวังเรื่องเกียร์ CVT เป็นพิเศษ เพราะหลายคันเริ่มมีปัญหา (พัง) ต้องเตรียมงบไว้ยกเกียร์ หรือซ่อมเกียร์ แต่ในกรณีทั่วไป เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ก็ตกปีละ 10,000 – 15,000 บาท

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า ไม่ต้องห่วง เพราะมีเพียบ ทั้งของเก่าไทย เก่าญี่ปุ่น ของแท้ ของเทียบ ของเทียม มีเพียบ …

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 150,000 – 260,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Jazz (GD) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Jazz ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

ร้อนเงิน! อยากขายรถ จบด่วน! CARRO ช่วยคุณได้ รับซื้อทุกรุ่นทุกยี่ห้อ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">html</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*